kachelotravel Germany German Beer: ทำไมถึงเป็นเบียร์ระดับโลก

German Beer: ทำไมถึงเป็นเบียร์ระดับโลก

ถ้าพูดถึงเบียร์แล้วก็ต้องนึกถึงประเทศเยอรมนีอย่างแน่นอนเลยล่ะ เพราะที่นี่มีเบียร์เยอะมาก ๆ และยังเป็นสถานที่จัดงาน Oktoberfest ซึ่งเป็นเทศกาลเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วยล่ะ จะเรียกว่าเบียร์เป็นวัฒนธรรมของเยอรมนีเลยก็ว่าได้ แล้วเพราะอะไรทำให้ German beer กลายเป็นเครื่องดื่มระดับโลกกันได้ล่ะ lesllotonline

How German Beer Began

ที่จริงแล้วต้นกำเนิดเบียร์ไม่ได้มาจากประเทศเยอรมนี ตามที่หลักฐานปรากฏก็คือเมื่อ 6,000 ปีที่ผ่านมาได้มีการต้มเบียร์เกิดขึ้น โดยเกิดจากการที่ชาวสุเมเรี่ยน มนุษย์ที่มีความศิวิไลซ์และเก่าแก่ที่สุดค้นพบวิธีการหมักเนื่องจากเห็นว่าเมื่อทิ้งแป้งขนมปังเอาไว้ในถ้วยทำให้เกิดกระบวนการนี้ขึ้น จึงเกิดการเรียนรู้จนกลายมาเป็นกระบวนการที่เรียกว่า brewing หรือก็คือการต้มเบียร์นั่นเอง

german beer
Reinheitsgebot

สำหรับเบียร์ของเยอรมนีนั้นจะมีสิ่งที่เรียกว่า Reinheitsgebot หรือก็คือ The Purity Law ซึ่งเป็นมาตรการเกี่ยวกับอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และยังคงใช้อยู่ถึงปัจจุบันโดยไม่เปลี่ยนไปจากเดิมที่เขียนขึ้นตั้งแต่แรกเลยแม้แต่น้อย โดยมาตรการนี้เริ่มใช้ในเหตุการณ์ที่เมือง Augsburg โดยผู้ผลิตเบียร์ที่ไม่ซื่อสัตย์เรื่องของปริมาณและกระบวนการผลิตจะต้องถูกปรับและทำลายเบียร์ทิ้งทั้งหมด และกฎหมายนี้ยังทำให้เหล่านักต้มเบียร์การันตีได้ว่าในประเทศเยอรมนีจะมีแต่เบียร์ที่ดีและดีต่อสุขภาพเท่านั้น

ในเริ่มแรกเลยนั้น โบสถ์จะเป็นผู้ผลิตเบียร์สำหรับการบริโภคจำนวนมาก ก็เหมือนกับบริษัทผลิตเบียร์ใหญ่ ๆ ในปัจจุบันนั่นเอง และเมื่อก่อนการดื่มเบียร์ปลอดภัยกว่าดื่มน้ำ มีคุณค่าทางโภชนาการ และให้พลังงาน หลังจากที่มี Purity Law ก็ทำให้เบียร์ในประเทศเยอรมนีเป็นที่นิยมมากขึ้นกว่าเดิม และไม่มีการปิดกั้นสำหรับการต้มเบียร์ในครัวเรือนด้วย เพราะกฎหมายที่เกี่ยวกับ people’s right ในเยอรมันนั้นบอกเพียงแค่ว่าจำนวนเบียร์เท่าไหร่ถึงจะต้องจ่ายภาษี แต่ไม่ได้บอกว่าคนเราควรต้มเบียร์เท่าไหร่นั่นเอง ก็เลยทำให้เยอรมนีมีเบียร์ที่เยอะมาก และจนมาถึงปัจจุบันก็มีหลายประเภท เช่น Pilsner, Berliner Weissbier, Dunkel Weizen, Doppelbock, Marzen, Kottbusser และยังมีอีกมากมาย

german beer
Oktoberfest

นอกจากประเภทของเบียร์ที่หลากหลายแล้วยังมีหลายแบรนด์ด้วย นั่นเป็นเพราะเขาไม่ได้ห้ามให้คนต้มเบียร์กันเอง เยอรมนีมีแบรนด์เบียร์เยอะถึงขนาดที่เราสามารถดื่มเบียร์ได้วันละยี่ห้อไม่ซ้ำกันได้นานถึง 15 ปีเลยทีเดียว อีกอย่างที่ทำให้เราเห็นว่าเบียร์ก็เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของเยอรมนีก็คืองาน Oktoberfest ซึ่งเป็น beer festival ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ โดยจะจัดขึ้นทุกปี เป็นระยะเวลา16-18 วัน เริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนยาวจนถึงวันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคมเลย อย่างเราเป็นคนที่ชอบเบียร์อยู่แล้ว ก็ตั้งเป้าไว้เลยว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปให้ได้เพราะซุ้มเบียร์เยอะมากจริง ๆ

และนี่ก็คือความเป็นมาของ German Beer ว่าทำไมถึงมีชื่อเสียงระดับโลก และเครื่องดื่มชนิดนี้ยังกลายเป็นวัฒนธรรมของประเทศไปแล้วด้วยเนื่องจากไม่มีการห้ามต้มเบียร์ภายในครัวเรือนนั่นเอง เราว่านะถ้าประเทศเราไม่จำกัดขั้นต่ำในการต้มเบียร์เอง หรือผูกขาดรายใหญ่นะ ประเทศไทยเราคงจะมีเบียร์มากมายหลายแบรนด์สู้หลาย ๆ ประเทศได้เลยล่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Related Post

ประวัติ Bunker Harnekop

ประวัติ Bunker Harnekopประวัติ Bunker Harnekop

Bunker Harnekop คืออะไร? ความลับใต้ดินที่ถูกผนึกไว้ในยุคสงครามเย็น ในช่วงเวลาที่โลกถูกแบ่งแยกด้วยกำแพงเหล็กแห่งสงครามเย็น (Cold War) รัฐบาลต่างๆ ต่างพยายามสร้างฐานที่มั่นเพื่อความอยู่รอดในกรณีที่เกิดสงครามนิวเคลียร์ และหนึ่งในความลับที่ถูกเก็บงำไว้อย่างดีที่สุดของกลุ่มสนธิสัญญาวอร์ซอว์ คือ ประวัติ Bunker Harnekop (บังเกอร์ฮาร์เนค็อป) บังเกอร์ป้องกันระเบิดนิวเคลียร์ระดับสูงสุด ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการปฏิบัติการหลักของกระทรวงกลาโหมและกองทัพประชาชนแห่งชาติ (NVA) ของเยอรมนีตะวันออก (GDR) สถานที่แห่งนี้ถูกพรางตาไว้อย่างแนบเนียนในป่าทึบทางตะวันออกเฉียงเหนือของเบอร์ลิน และไม่เคยถูกหน่วยข่าวกรองของนาโตตรวจจับได้เลย นี่คือเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นและลึกลับของ Bunker Harnekop ป้อมปราการใต้ดินที่รอวันถูกเปิดเผย (อ่านข่าวเพิ่มเติม ประวัติและวิวัฒนาการเกม) ป้อมปราการป้องกันนิวเคลียร์: การก่อสร้างและสถาปัตยกรรมลับ

Palazzo del Quirinale พระราชวังควีรีนาลPalazzo del Quirinale พระราชวังควีรีนาล

Palazzo del Quirinale พระราชวังควีรีนาล พระราชวังควีรีนาล ศูนย์กลางอำนาจถือเป็นหนึ่งในอาคารที่ทรงอิทธิพลทางการเมืองมากที่สุดของอิตาลี ปัจจุบันใช้เป็นที่พำนักของประธานาธิบดีอิตาลี การเดินผ่านประตูอันโอ่อ่าทำให้รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคบาโรกที่เต็มไปด้วยศิลปะ ประติมากรรมลวดลายหรูหรา และภาพวาดบนเพดานที่บอกเล่าเรื่องราวของราชวงศ์และศาสนาอย่างละเอียดอ่อน นักท่องเที่ยวที่ได้เข้าชมต่างประทับใจกับความสมบูรณ์ของสถาปัตยกรรมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีตลอดหลายศตวรรษ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แห่งโคเปนเฮเกน Ny Carlsberg Palazzo del Quirinale ศูนย์กลางอำนาจและสัญลักษณ์แห่งอิตาลี นอกจากภายในที่งดงามแล้ว ลานกว้างด้านหน้าพระราชวังยังเป็นจุดที่นักเดินทางนิยมมายืนชมทิวทัศน์ของกรุงโรมแบบพาโนรามา โดยมีน้ำพุโบราณและรูปปั้นสูงตระหง่านเป็นองค์ประกอบหลัก เสียงกลองจากพิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารยามประจำพระราชวังสร้างบรรยากาศที่ทั้งเข้มขลังและสง่างาม สื่อให้เห็นถึงบทบาทของพระราชวังแห่งนี้ที่ยังคงมีชีวิต ไม่ใช่เพียงพิพิธภัณฑ์ไร้ลมหายใจ แต่คือสถานที่ที่ประวัติศาสตร์และปัจจุบันยังเดินเคียงกันอยู่ทุกวัน สะพานเชื่อมอดีตและอนาคตของชาติ พระราชวังควีรีนาลไม่ได้เป็นเพียงที่ประทับของผู้นำ แต่ยังทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญในการต้อนรับประมุขและผู้นำจากทั่วโลก ทุกการจับมือและแถลงการณ์ที่เกิดขึ้นภายในกำแพงแห่งนี้สะท้อนถึงจุดยืนของอิตาลีในเวทีการทูตระหว่างประเทศ ในขณะเดียวกันรัฐบาลยังเปิดบางส่วนของพระราชวังให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์ของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม

ปราสาทวาเวล

ปราสาทวาเวล มรดกแห่งกษัตริย์ปราสาทวาเวล มรดกแห่งกษัตริย์

ปราสาทวาเวล คือสถานที่ที่สะท้อนประวัติศาสตร์ยาวนานและความรุ่งเรืองของราชวงศ์โปแลนด์อย่างชัดเจน ทำให้ปราสาทแห่งนี้โดดเด่นทั้งในฐานะสัญลักษณ์เชิงอำนาจและศูนย์กลางทางการปกครองในอดีต ตัวสถาปัตยกรรมผสมผสานศิลปะหลากยุค ตั้งแต่โกธิก เรอเนซองส์ ไปจนถึงบาโรก ทำให้พื้นที่แต่ละส่วนมีบุคลิกเฉพาะที่ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสความเปลี่ยนแปลงของเวลาได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ภายในยังเต็มไปด้วยจิตรกรรมฝาผนัง เฟอร์นิเจอร์ล้ำค่า และห้องโถงที่ถูกบูรณะอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของโปแลนด์ Cannstatter Volksfest งานฤดูใบไม้ร่วงแห่งสตุตการ์ต ปราสาทวาเวล มรดกแห่งกษัตริย์และหัวใจประวัติศาสตร์คราคูฟ ในปัจจุบัน ปราสาทวาเวลถูกพัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงหลายรูปแบบ ทั้งนิทรรศการเกี่ยวกับราชวงศ์โปแลนด์ คลังสมบัติของหลวง อาวุธโบราณ และศิลปะที่สะท้อนอารยธรรมยุโรปยุคกลาง ภายในปราสาทมีการแบ่งพื้นที่จัดแสดงอย่างเป็นระบบเพื่อให้ผู้เข้าชมเดินสำรวจได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่พื้นชั้นล่างไปจนถึงห้องพักของกษัตริย์ ความโดดเด่นอีกประการคือการจัดการพื้นที่ให้ยังคงความรู้สึกขรึมขลังและสมจริง เช่น การรักษาผนังหินแบบดั้งเดิม การฟื้นฟูลวดลายเพดาน และการใช้แสงแบบอบอุ่น เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสชีวิตชนชั้นสูงในยุคที่อาณาจักรวาเวลยังเต็มไปด้วยอำนาจ